Font : Tahoma

3  มกราคม  2556

เกร็ดความรู้เทคนิคบำบัดน้ำอุปโภคบริโภค

Drink and Used Water Treatment

สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

บทนำ

บทความนี้รวบรวมมาจากการค้นหาแหล่งความรู้ในเว็ปไซต์  เพื่อนำข้อมูลมาแก้ปัญหามลพิษในน้ำ  ซึ่งเกิดขึ้นจากแหล่งธรณีตามธรรมชาติ   มีการละลายปนเปื้อนเข้ามาสู่พื้นที่เหมืองแร่  และชุมชนใกล้เคียงเหมืองแร่   การทำเหมืองแร่จึงจำเป็นต้องมีความรู้ในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  และเสริมสร้างคุณภาพน้ำดื่ม น้ำใช้  ให้ปลอดภัย ทั้งต่อคนทำเหมืองเองและชุมชนรอบเหมือง

คุณภาพน้ำที่ต้องดูแล ไม่ว่าจะเกิดขึ้นรอบนอก  ภายใน ไม่ว่าจะเกิดโดยธรรมชาติโดยไม่เกี่ยวข้องกับการทำเหมือง หรือเกี่ยวข้องกับการทำเหมือง  คนทำเหมืองต้องมีการดูแล ตาม EIA  และมีการสานฝันไว้ว่า  คนอยู่ใกล้เหมืองต้องมีสุขภาพดี

ปัญหาคุณภาพน้ำ มักจะมี ความเป็นกรดจาก แร่และอินทรีย์วัสดุที่มีกำมะถัน มีการละลายออกมา ทำให้น้ำมีสภาพเป็นกรด  หากอยู่ใกล้กับแหล่งหินปูน ดินมาล์  ดินที่มีแคลคาเรียลสูง ก็จะส่งผลให้เกิดน้ำเป็นด่าง  ในแหล่งยิปซัม ก็จะมีความกระด้างจากซัลเฟต ที่ละลายยิปซัมออกมา  ในแหล่งหินปูนและโดโลไมต์ ก็จะมีความกระด้างจาก คาร์บอเนตจาก แคลเซียมและแมกนีเซียม  การละลายของธาตุเหล็กและแมงกานีส ในดินลูกรัง หินไรโอไรต์ ชั้นแร่แมงกานีส ออกมาสู่แหล่งน้ำ ซึมผ่านชั้นใต้ดินลงบ่อเหมือง และลงสู่ห้วยลำธาร  การซะล้างของหน้าดินทำให้น้ำขุ่น   นอกจากนี้ ต้นน้ำลำธาร พื้นที่ป่าในเหมือง  มักมีจุลินทรีย์ เชื้อโรค พยาธิ ที่เกิดจากมูลสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง  ชะล้างลงมาและเติบโตตามท่อน้ำ บ่อน้ำ ที่นำมาใช้ในการทำเหมือง และชุมชน

ความรู้เรื่องการบำบัดน้ำ  จะช่วยทำให้สามารถออกแบบเครื่องกรองน้ำ ได้ตรงกับคุณภาพเฉพาะที่ไม่ได้มาตรฐาน  ไม่จำเป็นต้องซื้อหา สามารถประดิษฐขึ้นมาใช้งานเองได้  หากจะซื้อหา ก็จะสามารถเลือกเครื่องกรองได้ถูกต้องตรงจุดที่เป็นความจำเป็นจริงๆ  และยังสามารถนำความรู้ไปแก้ปัญหาน้ำที่ไม่ได้คุณภาพ  ในการทำเหมือง การวิจัยเทคนิคใหม่ๆ ในการบำบัดน้ำจากการทำเหมือง  อีกด้วย ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ แล้วเทียบกับมาตรฐานคุณภาพน้ำ ที่มีต้องน้ำทิ้ง น้ำใช้ และน้ำดื่ม  หรือ มาตรฐานน้ำแร่  ให้มีแร่ธาตุบางชนิดได้ ในจำนวนไม่เกินที่กำหนด เพื่อเป็นการรักษาโรค

 

ประโยชน์และภัยจากน้ำดื่ม

ประโยชน์น้ำ  ช่วยระบบหายใจ  นำพาอาหาร สมดุลของเหลว  ลดการสะสมของเสีย  ลำเลียงสารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยระบบย่อยอาหาร  ช่วยเผาผลาญอาหาร  ชะลอความเหี่ยวย่นผิวหนัง  ป้องกันไตวาย  หล่อลื่นข้อต่อต่างๆ  ให้ผลการลดน้ำหนัก

ภัยจากน้ำดื่ม  ขวดถูกความร้อนแสงแดด  สารเคมีพลาสติกละลายลงน้ำ  ตะกอนสะสมตามไส้กรอก ถังพัก  ก๊อกน้ำ  เป็นแหล่งสะสมจุลินทรีย์

น้ำดื่มดีๆ ต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรค  เสริมแร่ธาตุแคลเซียม  แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส  โปรแตสเซียม  มีค่า ORP เป็นลบ  ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ  ปรับโมเลกุลน้ำให้เล็กลง  ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย  ยึดอายุเซลล์ ชะลอความแก่ ดูแลสุขภาพ  ป้องกันโรคภัยต่างๆ

 

การบำบัดซัลเฟตในน้ำ

น้ำรสฝาด มักเกิดจาก มีสารละลายซัลเฟตในน้ำ

การบำบัดซัลเฟต  อาจใช้วิธีเคมีตกตะกอน  วิธีแผ่นเยื่อเมนเบรน  วิธีการแลกเปลี่ยนประจุ  และวิธีชีวภาพ 

การบำบัดเคมีตกตะกอน เช่น เป็นตะกอนแบเรียมซัลเฟต หรือเกลือซัลเฟต  วิธีเมนเบรน ใช้วิธี Reverse Osmosis (RO)  วิธีแลกเปลี่ยนประจุ  จะใช้เรซิน  วิธีชีวภาพ  ใช้แบคทีเรียรีดิวส์ซัลเฟต  จะใช้ซัลเฟตแทนออกซิเจน  และผลิตแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้นมามากๆ  มีฟองผุด กลิ่นเหม็น เช่น แบคทีเรีย พวก Thiomicrospira Thiobacillus ,  Beggiatoa

การดูดซับด้วยเถ้าลอย แคลเซียมทำให้ซัลเฟตตกตะกอน ได้มากถึง 30%  กำจัดแบเรียมซัลเฟต และตะกั่วซัลเฟตได้เกือบหมด (Isik, Olcay and Derin, 1995)

ใช้ CaO เป็นตัวช่วยตกตะกอนซัลเฟตในน้ำได้ดี  จากการใช้เถ้าลอย หรือปูนขาว  pH น้ำต่ำ สภาวะกรด H2S  จะส่งกลิ่นเหม็นมาก  

สารละลายที่ใช้ตกตะกอนซัลเฟต คือ สารละลายแบเรียมคลอไรด์ (BaCl2)

ในสารละลายที่เป็นกรดเล็กน้อย  ใช้เบนซิดีน (Benzidine)  จตกตะกอนซัลเฟตอิออนได้  เบนซิดีนซัลเฟต

ระบบ UASB เป็นทางเลือกใหม่ในการบำบัดน้ำ ที่มีซัลเฟต และไนเตรตสูง (จันทิมา  สกุลพานิชัย 2005)

 

ตกผลึกซัลไฟด์

การตกผลึกซัลไฟด์  ซัลไฟด์รวมกับอิออนโลหะต่างๆได้  เป็นสารประกอบโลหะซัลไฟด์  ดังนั้น จึงสามารถกำจัดโลหะหนักออกจากน้ำวิธีหนึ่ง ให้เกิดการตกตะกอน (Precipitation)  ซึ่งการตกผลึกซัลไฟด์ มีประสิทธิภาพดีกว่าตกผลึกด้วยไฮดรอกไซด์  แต่อาจได้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งมีกลิ่นเหม็นและเป็นพิษ  การตกผลึกซัลไฟด์ละลายน้ำ ใช้ Na2S, NaHS  ซัลไฟด์ที่ไม่ละลายน้ำได้น้อย ใช้ FeS (มั่นสิน  ตัณฑุลเวศม์,2545)

 

การบำบัดกำมะถันในน้ำด้วยแบคทีเรีย

แบคทีเรีย ชนิด Sulfur oxidizing bacteria สามารถออกซิไดซ์ซัลเฟอร์ในแร่อาร์ซิโนไพไรต์ได้ เช่น Thiobacillus ferrooxidants เป็นแบคทีเรียจำพวก  Mesophile และ Acidophile  เป็นประเภทแกรมลบ

 

การตกตะกอน

เติมสารส้ม คาร์บอน  กวนให้ตะกอนเล็กๆ จับตัวเป็นขนราดใหญ่ แล้วตกลงสู่ก้นถังตกตะกอน  แล้วผ่านชั้นทรายกรองและถ่าน ดักเศษตะกอนเล็กๆ ออก

สารเคมีช่วยตกตะกอน มี  สารส้ม  ปูนขาว  เฟอร์ริกคลอไรด์  เฟอร์ริกซัลเฟต  เฟอรัสซัลเฟต  โซเดียมอะลูมิเนต

 

การฆ่าเชื้อโรคและจุลินทรีย์

การฆ่าเชื้อโรคจุลินทรีย์ต่างๆ ที่ก่อโรค  โดยการเติม ปูนขาว  คลอรีน  ฟลูออรีน  ฟอสเฟต  ผ่านรังสี UV  โอโซน  

การฆ่าเชื้อโรค  มีวิธี ต้ม  ( 100   อย่างน้อย  5 นาที)  วิธีสารเคมี  มี ก๊าซโอโซน  ก๊าซคลอรีน  คลอรีนผง  คลอรีนน้ำ  วิธีฉายรังสี เช่น UV  ใส่ขวดแก้วตากแดด 7 ชั่วโมง

การเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรค  ต้องคำนวณปริมาณให้ดี  มีเวลาทำปฏิกิริยานานพอ  ใช้ปริมาณมากเวลาน้อย  ใช้น้อยแต่รอเวลานานหน่อย (ปลอดภัยกว่า)  ทั้งนี้ให้พิจารณาถึงคุณภาพน้ำด้วยในการคำนวณปริมาณและเวลา  และควรให้เหลือพอไปตกค้างอีกอย่างน้อย  0.2 มก./ลบ.ดม.  เพื่อส่งต่อน้ำต่อไป   คลอรีนผงมี ผงปูนคลอรีนชนิด 25-37%  ต้องละลายน้ำในถังก่อน แล้วนำน้ำใสไปใช้  ชนิดแคลเซียมไฮโปคลอไรด์ 65-70%   ละลายน้ำแล้วเก็บในขวดสีชา ไม่ให้ถูกแสงสว่าง  การใช้คลอรีน เมื่อน้ำมีความขุ่นไม่เกิน 10 หน่วย  มีเหล็กแมงกานีสรวมกันไม่เกิน 0.3 มก./ลบ.ดม.  น้ำมีฤทธิเป็นกรดหรือกรดอ่อนๆ  ปกติใช้ผงปูนคลอรีน 1 ช้อนโต๊ะพูน (14 กรัม) ผสมน้ำ 7 ลิตร  ได้คลอรีนเข้มข้น 500 มก./ลิตร  

การทำลายจุลินทรีย์ในน้ำ มี ใส่ด่างทับทิม  ทิงเจอร์ไอโอดีน  คลอรีน ตามความเหมาะสม (ต้องคำนวณ และวัดผล)

ชั้นทรายกรองเชื้อโรค  ต้องหนามากกว่า 30 ซม.  จุลินทรีย์ ที่อยู่ลึกกว่านี้  จะไม่มีอาหารกิน จะตาย

 

การกำจัดสิ่งมีชีวิตในน้ำ

มีโดยเครื่องกรองเซรามิคละเอียดสูง 0.3 ไมครอน  ฆ่าด้วยคลอรีน  ด้วยแสง UV  ด้วยก๊าซโอโซน

 

การกรองสารพิษ

สารมลพิษง่ายๆ  พวกความขุ่น  สาหร่ายพืชน้ำเล็กๆ แบคทีเรีย  ใช้วิธีตกตะกอน  กรอง  ต้ม  เติมคลอรีน  สารมลพิษยุ่งยาก  ไม่สามารถตกตะกอนกรองได้ทันที  ต้องเติมเคมีบางชนิดลงไปทำปฏิกิริยา  เช่น ความกระด้าง  เหล็ก  แมงกานีส  สารมลพิษซับซ้อน  มักเป็น คลอไรด์  ไนเตรท  ฟลูออไรด์  สารหนู  แคทเมียม  โครเมียม  ไซยาไนต์  ตะกั่ว  ปรอท ซิลิเนียม

วิธีเติมอากาศ  ให้ออกซิเจนในอากาศ  ไปทำปฏิกิริยากับสารนั้น  เปลี่ยนรูปจากละลายน้ำ เป็นสารไม่ละลายน้ำ  ตกตะกอนแยกออกมา  สามารถบำบัดเหล็ก  แมงกานีสได้  ซึ่งจะกำจัด  กลิ่น  สี  จากแร่ธาตุนั้นๆ ด้วย

การกรอง จะบำบัด ความขุ่น ตะกอนแขวนลอย  สี  กลิ่น รส เหล็ก จุลินทรีย์ (ได้ถึง  85-95%)

เรซิน  จับอนุภาคที่มีประจุ เช่น เหล็ก แมงกานีส ได้

 

การบำบัดสาร DNAPLs

สารอินทรีย์ ในกลุ่ม Dense Nonaqueous phase Liquid หรือ DNAPLs  ในงานล้างไขมันบนแม่พิมพ์  ล้างชิ้นส่วนอุปกรณ์โลหะในอุตสาหกรรม  เป็นสารประกอบใน สี  กาว แลกเกอร์ หมึกพิมพ์  เป็นสารก่อมะเร็ง  หากอยู่ในน้ำ บำบัดด้วย  การดูดซับด้วยพืช ร่วมกับการใช้จุลินทรีย์  สามารถดูดซับสารระเหยด้วย Activated Carbon,  Actived Alumina, Silica gel

 

การกำจัดเหล็กแมงกานีสในน้ำ

น้ำดื่ม มาตรฐาน เหล็กไม่เกิน 0.3 มก./ลบ.ดม.  แมงกานีส ไม่เกิน 0.1 มก./ลบ.ดม.   น้ำมีเหล็กแมงกานีส จะมี กลิ่น สี รส  ใช้วิธีเติมอากาศหรือเคมี  ให้ตกตะกอน แล้วกรองออก  ปกติเหล็กมักละลายน้ำในรูปเหล็กไบคาร์บอเนต  เมื่อทำปฏิกิริยากับอากาศ จะเป็นเหล็กไฮดรอกไซด์ ตกเป็นตะกอนสีแดง  ภาวะที่ดีในการตกตะกอน เมื่อภาวะเป็นกลางหรือเป็นด่าง  โดยเติมปูนขาวช่วย pH 10    ตกตะกอนเหล็กและแมงกานีส ใช้ pH มากกว่า 10  เติมอากาศแล้วพักในถัง 0.5-2.0 ชั่วโมง  ปล่อยให้ตกตะกอน และผ่านระบบกรองทรายซ้ำ

น้ำไม่สัมผัสอากาศ เหล็กและแมงกานีส จะอยู่ในสภาพสารละลาย

ตะกรันเคลือบผิวท่อที่มีน้ำไหลผ่านในหม้อไอน้ำ  ทำให้การถ่ายเทความร้อนได้น้อย  เกิดตะกรันคาร์บอเนตและตะกรันซิลิเกต

ปัญหาจากน้ำมีเหล็กและแมงกานีส  มี เกิดอุดตันในท่อ  สีในน้ำ กลิ่นสนิมเหล็กหรือมีกลิ่นคาว  คราบสกปรกบนผ้าซัก  สุขภัณฑ์สกปรก  แมงกานีส มีกลิ่นคาว ตะกอนสีน้ำตาลดำ  เหล็กมีกลิ่นคาว ตะกอนแดงอมเหลือง

แร่ธาตุจากแมงกานีส มี Manganite(MnO(OH)) , Housmannite(Mn3O4) , Pyrolusite(MnO2), Alabandite(MnS) และ Rhodochrosite(MnCO3)  แร่ธาตุจากเหล็ก มี  Hematite(Fe2O3), Magnetite(Fe3O4), Pyrite(FeS2) และ  Siderite(FeCO3)

Mn2+ ละลายน้ำ  MnO2 ไม่ละลายน้ำ  Fe2+ ละลายน้ำ Fe(OH)3 ไม่ละลายน้ำ  ภาวะ oxidation จะเป็นตะกอน  ภาวะ reduction จะอยู่ในรูปอิออน  ผิวน้ำในสระ มีออกซิเจน  จะตกตะกอน  พอจมเป็นตะกอน จะมีสภาพไร้ออกซิเจน  ก็จะกลับมาเป็นสาระลายอีก

วิธีกำจัดเหล็กแมงกานีส ให้เติมออกซิเจน เป็นตะกอน  กรองเอาตะกอนออก ปรับ pH  แลกเปลี่ยนประจุ  ใช้แบคทีเรีย พวก Clonothrix และ Leptothrix  ใช้สารเคมี ตกตะกอนผลึก  ใช้ RO

การใช้สารเคมีทำปฏิกิริยากับ Mn และ Fe  โดยใช้ O2, Cl2 , ClO2, KMnO4, O3(โอโซน)  pH ที่เหมาะสม กับการตกตะกอนด้วย O2 ที่ pH  9.0-9.5  ด้วย Cl2 ที่  pH  7.0  ด้วย KMnO4 ที่ pH  6.7-7.5

วิธีบำบัด มี  เติมอากาศ  ใส่อัลคาไลด์ให้เป็นด่าง  ใช้สารส้มเร่งตกตะกอน  ปล่อยให้ตกตะกอน  และกรองออก  การกวนจะช่วยเร่งให้ตกตะกอนเร็วขึ้น

 

บำบัดฟลูออไรด์ในน้ำ

โดยใช้สารกรองในกลุ่ม Activated Alumina  ดินพวกเบนโทไนท์  กรองฟลูออไรต์ ได้ที่  2-3 มก./ลิตร  แต่อาจมีอลูมิน่าตกค้าง  เป็นเหตุให้เกิดโรคอัลไซเมอร์(?)  ใช้วิธีเรซินแลกเปลี่ยนประจุบวก  แลกเปลี่ยนประจุลบ  วิธีตกตะกอน  โดยใช้สารถ่านกระดูก  ปูนขาว  สารส้ม  แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์  สารประกอบเหล็ก  ใช้วิธี RO  ใช้วิธี Electrochemical  แยกประจุต่างๆ ออกจากน้ำ  โดยใช้สนามไฟฟ้ากระแสตรง

 

การกำจัดไซยาไนต์ในน้ำ

การกำจัดไซยาไนต์และโลหะหนักจากน้ำเสียโรงงาน  โดยกระบวนการแลกเปลี่ยนอิออน  ใช้เรซินอิออนบวกและลบ  พบว่า เรซิน IRA402Cl กำจัดไซยาไนต์ มากกว่า 90% ที่เวลา 60 นาที  ใกล้เคียงกับ ทีพีเอช 10 และ 12  ใช้อิออนบวก เรซิน IR120Na  กำจัดโลหะหนักได้มากกว่า 99% ที่ pH 7  และเรซิน IRA402Cl  ได้ดีที่ pH 10 และ 12

            การใช้สารไตรคลอโรไอโซไชยานูริกแอซิค บำบัดไซยาไนด์  ที่ pH มากกว่า 8.5  ป้องกันการเกิดก๊าซ ไฮโดเจนไซยาไนต์ ค่า ORP ควบคุมที่ขั้นแรก 500-550 mV และขั้นที่ 2 ที่  780-830 mV

            วิธีการกำจัดไซยาไนด์ มี วิธีออกซิเดชั่น โดยใช้พวก คลอรีน  โอโซน และ Electrolytic oxidation  วิธีระเหยน้ำ  โดยระเหยน้ำจนไซยาไนด์เป็นของแข็ง  จากนั้นจะถูกออกซิไดท์ กลายเป็น CO2 และ N2  ที่ความร้อน 500   และวิธีใส่กรดสลาย  จะถูกเปลี่ยนเป็นไฮโดรเจนไซยาไนด์ แล้วเอาไปเผาต่อเป็น CO2 และ N2 

                การออกซิไดซ์ไซยาไนด์  ให้ไปอยู่ในรูปที่ไม่เป็นพิษสูง  โดยใช้สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์  แล้วใช้สารประกอบทองแดงอิออน 2-10 ppm เป็นตัวเร่ง  บำบัดแล้วก็ต้องกำจัดอิออนทองแดงอีก  โดยใช้ปูนขาว  ทำให้เกิดโลหะไฮดรอกไซด์ ตกตะกอน

            กำจัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบ SBR

                การบำบัดไซยาไนด์ โดยวิธีการออกซิไดซ์ด้วยเฟอร์เรต ที่ pH 9,10 และ 11

            การบำบัดไซยาไนด์ ด้วยวิธีออกซิเดชั่นด้วยไฟฟ้า  และรังสีอัลตราไวโอเลต  ร่วมกับไททาเนียมไดออกไซด์

ในหัวมันสำปะหลัง มีสาร Cyanogenic Glycoside เอนไซม์ Linamarase และ เอนไซม์ Hydroxynitrile Lyase  อยู่แยกจากกัน  เมื่อถูกบดขยี้จะปนกัน  เกิดปฏิกิริยาย่อยสลาย ได้กรด ไฮโดรไซยานิค และคีโตน

กำจัดไซยาไนด์ โดยวิธีอัลคาไลน์คลอริเนชั่น

การดูดซับไซยาไนด์อิออน ด้วยดินเบา ได้มากกว่า 99% ที่ pH 9 เขย่า 100 รอบ/นาที เป็นเวลา 9 ชั่วโมง

 

การแก้ความกระด้าง

ความกระด้างชั่วคราว เกิดจาก เกลือแคลเซียมคาร์บอร์เนต  แคลเซียมไบคาร์บอเนต  แมกนีเซียมคาร์บอเนต  แมกนีเซียมไบคาร์บอเนต ละลายในน้ำ     ความกระด้างถาวร  เกิดจาก แคลเซียมซัลเฟต  แคลเซียมคลอไรด์  แมกนีเซียมซัลเฟต  แมกนีเซียมคลอไรด์  ละลายอยู่  มาตรฐานน้ำดื่ม ไม่เกิน 500  มก./ลบ.ดม.

บำบัดความกระด้างชั่วคราวและถาวรด้วย ปูนขาว (แคลเซียมไฮดรอกไซด์)  โซดาแอส (โซเดียมคาร์บอเนต)  จะทำให้ตกตะกอนออกมา  การใช้สารส้มช่วยเร่งตกตะกอน  การต้มสำหรับแก้กระด้างชั่วคราว  ทำให้ไบคาร์บอเนต กลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยออกจากน้ำ  แล้วเกิดตะกอน  แล้วกรอง

กรองกระด้างใช้ กรองเรซิน หรือกรองหินปูน ซึ่งล้างย้อนกลับด้วยเกลือกแกง

 

วิธีตรวจเชื้อแบคทีเรีย

ใช้น้ำยาตรวจเชื้อ  110,111  ถ้าสีเปลี่ยนจากแดงเป็นส้ม   ส้มแกมเหลือง  ส้มเหลือง  แสดงว่า น้ำมีการปนเปื้อนของโคลิฟอร์ม แบคทีเรีย  ไม่ควรดื่ม

 

วิธีตรวจคลอรีนในน้ำ

ใช้ชุดตรวจคลอรีน ว 720  แล้วเทียบกับสีมาตรฐาน ที่ 0.2, 0.5, 1.0  มก./ล.

 

วิธีตรวจสนิมเหล็กในน้ำอย่างง่าย

ตรวจสอบน้ำบาดาล มีสนิม อย่างง่าย  นำน้ำบาดาลมาใส่แก้วทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง  เกิดตะกอนเหล็ก  แสดงว่า มีปัญหามาก  หากทิ้งไว้นาน 1-2 วัน พบตะกอน แสดงว่ามีปัญหาน้อย  หากไม่ตกตะกอนเลย  แสดงว่าไม่มีปัญหา

 

น้ำเลี้ยงปลาตู้

น้ำเลี้ยงปลาทอง  น้ำใต้ดินมักมีะาตุสนิมเหล็ก  กลิ่นแร่ธาตุ  กลิ่นโคลน  มีออกซิเจนต่ำ  แก้ไขโดยนำน้ำมาพัก  เพิ่มออกซิเจนในน้ำ  น้ำประปา มักมีปัญหาคลอรีนตกค้าง  แต่ปราศจากเชื้อโรค  แก้โดยพักน้ำ 2-3 วัน  ตากแดด 24 ชั่วโมง  คลอรีนจะแตกตัวระเหยไปกับอากาศ  กรองด้วยถ่านคาร์บอน  หากต้องการเลี้ยงปลาทันที  ทำลายคลอรีนด้วย  โซเดียมไธโอซัลเฟต 1 เกล็ดต่อน้ำ 5 ลิตร

                เทคนิคง่ายๆ  น้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนแรงมาก  ใช้ฝานมะนาวบางๆ  ลงไปในน้ำ  จะช่วยดูดกลิ่นคลอรีนให้หมดไป  และทำให้ดื่มน้ำได้อีกด้วย

 

การดูแลระบบน้ำแบบง่าย

กลิ่นสาบในถังเก็บน้ำ  ใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำร้อน มาล้างมาถู  แล้วล้างน้ำอีกครั้ง 

กลิ่นเหม็นในท่อน้ำ ใช้เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย  ใส่ลงในท่อสัก 5 นาที  แล้วเทน้ำส้มสายชูตามลงไปอีก 1 ถ้วย  จะขจัดกลิ่นเหม็นได้ดีจริงๆ

การทำความสะอาดสนิมในถัง  ใช้น้ำมะนาวใส่ลงในบริเวณที่เป็นสนิม  ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง  แล้วล้างออกด้วยน้ำ

 

ระบบกรองน้ำอย่างง่าย

น้ำขุ่นใช้สารส้มแกว่ง รอให้ตกตะกอน และผ่านทรายกรอง

 

กรองผ่านแผ่นเยื่อ

RO : Reverse Osmosis  ทำน้ำให้สะอาดและบริสุทธ์  โดยผ่านชั้นกรองเมนเบรน (Membranes)  ขนาด 0.000001 ไมครอน  กรองสารละลาย (TDS) ได้เกือบหมด  ทำน้ำกร่อยเป็นน้ำจืดได้

กรอง RO  มีเฉพาะน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นที่ไหลผ่าน  สิ่งสกปรกจะถูกดักที่เยื่อกรอง  ต้องทำความสะอาดเป็นระยะๆ

 

กรองดีมิน

มีการกรอง 2 ถัง  ใช้เรซินชนิดแลกเปลี่ยนอิออนที่จับประจุบวก (ล้างด้วยกรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริก)  อีถังมี เรซินจับประจุลบ (ล้างด้วยโซดาไฟ หรือโซเดียมไฮดรอกไซด์)  เครื่องกรองต้องเป็ฯ PVC หรือโลหะเคลือบยาง  เพื่อให้ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน

 

กรองมิกซ์เบด

ทำน้ำปราศจากแร่ธาตุ  ใช้เรซินจับทั้งประจุบวกและลบ ในถังกรองเดียวกัน

 

กรองเซรามิค

กรองเซรามิค  กรองคาร์บอนอัดแท่ง  และ Polypropylene (PP)  อัดแน่นจนเป็นเนื้อเดียว  ความพรุนไส้กรอง มี 1,3,5,10,20,30,50 และ 75 ไมครอน  เลือกตามความเหมาะสม  สามารถกรองความขุ่น กรองไวรัส แบคทีเรีย  โลหะหนัก  หากเป็นคาร์บอนอัดแท่ง  จะกรองสีและกลิ่นได้ด้วย  หากมากกว่า 5 ไมครอน  อาจมีจุลินทรีย์หลุดรอดได้บ้าง

 

ถ่านกัมมันต์

สาร Active Carbon  ดูดซับกลิ่น  ความขุ่น  สารพิษ  โลหะหนัก  ปรอท  ตะกั่ว  แคทเมียม ออกจากน้ำ

การทำถ่านกัมมันต์  นำวัสดุคาร์บอนธรรมชาติ ไปเผาที่อุณหภูมิ 700-1,000    ทำให้เกิดรูพรุนมากๆ  ใช้ดูดซับ กลิ่น สีสารอินทรีย์  ยาฆ่าแมลง สารเคมีเกษตร  สารคาร์บอนมาจากเปลือกถั่ว  กากชานอ้อย  กะลามะพร้าว  กะลาปาล็ม  ขี้เลื่อย  กระดูกสัตว์  ถ่านหินลิกไนต์  ไม่ยูคาลิปตัส  ไม้ยางพารา  ถ่านกัมมันต์จากลิกไนต์ใช้กรองน้ำดื่ม  จากกะลามะพร้าวกรองอากาศ น้ำเสีย และน้ำดื่ม

 

สารเรซิน

สาร Cation Rasin  ขจัดมลทินในรูป TDS ได้  ทำให้น้ำเป็นกลาง pH 6-8

 

แมงกานีสกรีนแซนด์

Manganese green sand  เป็นตัวออกซิไดซ์  เป็นสารกรองด้วย  จะออกซิไดซ์ เฟอร์รัส(เหล็ก) หรือแมงกานีสไบคาร์บอร์เนต กลายเป็นออกไซด์ที่ไม่ละลายน้ำ

การทำกรีนแซนด์  หรือทรายด่างทับทิม  เอาไว้กรองเหล็กในน้ำ  ใช้ด่างทับทิม 6 กก. ต่อทราย 20 ลิตร  ละลายน้ำ 5 ลิตร  เริ่มต้มด่างทับทิมในน้ำจนเดือด  เททรายลงไป  คั่วจนทรายหมาด และแห้ง  คั่วต่ออีก 3 ชั่วโมง แล้วปล่อยให้เย็น

 

ถ่านหินแอนทราไซต์

การใช้ถ่านแอนทราไซต์ ร่วมกับทรายกรองน้ำดื่มประปา  ความหนาแน่นน้อยกว่าทรายครึ่งหนึ่ง  เวลาดันย้อนกลับ ถ่านที่มีขนาดโตกว่าทรายก็จะลอยออกมาอยู่ด้านบนผิวทราย  ดักตะกอนใหญ่ที่ชั้นถ่าน  ตะกอนเล็กจะดักที่ชั้นทรายละเอียด

 

เซรามิคเคลือบผิวแมงกานีสไดออกไซด์

เนื้อเซรามิคเคลือบผิวแมงกานีสไดออกไซด์ กำจัดสนิมเหล็กในน้ำบาดาล  โดยใช้โปแตสเซียมเปอร์มังกาเนต(ด่างทับทิม)  1 ต่อ เนื้อเซรามิค 10  เผาที่อุณหภูมิ 300, 400, 500, 600, 700, 800 และ 900   ปรากฎว่า ทุกอุณหภูมิ ดักจับสนิมเหล็กในน้ำบาดาลได้

 

เส้นกรองแบบต่างๆ

ไส้กรองตะกอนใหญ่  20 ไมครอน  กรองพวกฝุ่น  สารแขวนลอย  หินดินทราย  ผงสนิม ตะไคร่น้ำ

ไส้กรองตะกอนเล็ก 5 ไมครอน  กรองสารแขวนลอย สารปนเปื้อน  โลหะหนัก  สารกำจัดศัตรูพืช  เชื้อโรค

ไส้กรองเส้นใยละเอียด ยูเอฟเมนเบรน 0.01 ไมครอน  กำจัดแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต ไข่พยาธิ สารอนุภาคเล็กๆ

ไส้กรองไบโอเซรามิค  ทำจากเปลือกหอย  ทรายปะการัง ปลาดาว ที่มีธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม ทำให้เป็นน้ำด่างอ่อน pH 8.0-8.5  ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ช่วยสมดุลร่างกาย

ไส้กรองเสริมธาตุ  พวกทัวมาลีน  แมกเนไทต์ ให้พลังงาน ฟาอินฟาเรต  และปล่อยประจุออกมา  โดยมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีประโยชน์กับร่างกาย  ทำให้โมเลกุลน้ำเล็ก 6 โมเลกุลต่อกลุ่มก้อน  สามารถดูดซับออกซิเจน  สารอาหาร ได้มีประสิทธิภาพสูง

ไส้กรองคาร์บอนเคลือบเงิน หรือเกลือเงินเคลือบคาร์บอน  ช่วยหยุดยั้งการเติบโตของจุลินทรีย์ ดับกลิ่น ขจัดคลอรีน เพิ่มรสชาดของน้ำ

 

คุณสมบัติสารกรองธรรมชาติอยู่ที่พื้นที่ผิว

วัสดุธรรมชาติ ปะการัง พื้นที่ผิว 100 ตร.ม./ลบ.ม.  หินพัมมิสจากภูเขาไฟ 100-200 ตร.ม./ลบ.ม.  แปรงพู่ 160 ตร.ม./ลบ.ม.

โครงสร้างพลาสติกหวีผึ้ง (Bee Comb) 200 ตร.ม./ลบ.ม. Bio Ball  200-250 ตร.ม./ลบ.ม. แผ่นใยกรอง ธรรมดา 300  ตร.ม./ลบ.ม.  แผ่นใยกรอง ญี่ปุ่น 530 ตร.ม./ลบ.ม.  ข่ายพลาสติก 200-550 ตร.ม./ลบ.ม. Moving Bed 900 ตร.ม./ลบ.ม.

 

เถ้าลอยถ่านหินและปูนขาวบำบัดโลหะหนักในน้ำ

การเผาถ่านหิน มีขี้เถ้าส่วนที่นอน และส่วนที่ลอยเป็นฝุ่น ซึ่งก่อนปล่อยออกจากปล่อง ก็จะมีการดักจับก่อน เป็นเถ้าลอย สามารถเทำเป็นส่วนผสมทำปูนซีเมนต์  และทำเป็นสารบำบัดน้ำได้

เถ้าลอย มีปริมาณแคลเซียมออกไซด์สูง  สามารถดูดซับสารละลาย และทำให้ตกตะกอนได้ เช่น ฟอสฟอรัส (ชีระวิทย์  รัตนพันธ์, 2548)  และมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดโลหะหนักได้ มี นิคเกิล 99.52% แคทเมียม 99.12% ตะกั่ว 99.55% ที่ pH 10 (จันทร์นา  สงวนรุ่งวงศ์ และคณะ 2540)   แล้วยังสามารถลดความเป็นพิษของโลหะหนัก พวก ทองแดง ตะกั่ว ฟอสเฟต ไนเตรต ได้ (Gupta  and Torres,1998)

ประสิทธิภาพเถ้าลอยและปูนขาว ในการกำจัดซัลเฟต ในระบบบำบัดน้ำ

แหล่งซัลเฟอร์ อยู่ในแร่ซัลเฟอร์ แร่ยิปซัม แร่ไพไรต์ อยู่ในหินจากการระเบิดภูเขาไฟ แร่ถ่านหิน

สัตว์กินสารอินทรีย์ซัลเฟอร์ในพืช เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต  เมื่อพืชสัตว์ตายก็จะเน่าเปื่อยสลายเป็นสารอินทรีย์ซัลเฟอร์ในดินในน้ำ

 

สารกรองเม็ดละเอียด

สารกรองเม็ดละเอียดนิยมใช้ เม็ดทรายซิลิก้าละเอียดสูง  ผงแอนทราไซต์ วัสดุอื่นๆ ก็ได้  ดักจับสารต่างๆ โดยเฉพาะตะกอน  ซึ่งน้ำจะต้องมีแรงดันมากพอที่จะไหลผ่านชั้นสารกรองได้  ซึ่งจะจับเต็มช่องว่าง เป็นชั้นเด็สเคลือบบนผิวหน้า  ต้องหมั่นปาดออกเป็นระยะๆ

สารกรองแอนทราไซด์ (Anthracite)  ดักจับตะกอนและอนุภาค ได้มากกว่าทราย  เพราะมีรูปร่างเกลี้ยงกลมกว่า  เวลาล้างย้อนกลับ  จะใช้น้ำน้อยกว่าทราย  ช่วยยืดอายุการใช้งาน มากกว่าสารกรองวัสดุอื่น

เครื่องกรองละเอียด ดักฝุ่นผงตะกอนเล็กๆ ในน้ำ ไส้กรองละเอียดสูงพอสิโพรพิลิน และเซรามิค  ไส้กรองเซรามิค กำจัดแบคทีเรียในน้ำได้

กรองคาร์บอน ไว้กรองสี กลิ่นของคลอรีน 

กรองอัลตร้าฟิลเทรชั่น หรือ UF  กรองสิ่งสกปรก และเชื้อแบคทีเรียออกจากน้ำ  ดักอยู่ในช่องว่างรูพรุน  ต้องทำความสะอาดเป็นระยะๆ

 

คลอรีน

น้ำดื่มที่มีไตรฮาโลมีเธน อาจทำให้เกิดมะเร็ง ควรให้มีค่า THMs ไม่เกิน  100 ไมโครกรัม/ลิตร  สารนี้เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างคลอรีนหรือฮาโลเจนอื่นๆ กับสารมิวนิค และฟุลวิค หรือสารที่เกิดจาการย่อยสลายอินทรีย์สารอื่น  พวกไตรฮาโลมีเธน รวมถึงคลอโรฟอร์ม โบรโมฟอร์ม และ ไดคลอโรไอโอมีเธน

 

แสงยูวี

แสง UV ฆ่าเชื้อโรค  ต้องเป็นหลอดให้แสง UV-C ความยาวคลื่น 254  nm  ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และ vegetative cell ของเชื้อรา  แต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ได้  ใช้แสงยูวี  ขึ้นอยู่กับความเข้ม พลังงานต่อหน่วยพื้นที่ และระยะเวลาสัมผัส

 

ขวดตากแสงแดดฆ่าเชื้อโรค

การฆ่าเชื้อโรคโดยแสงอาทิตย์ โดยเอาน้ำใส่ขวดใส นำไปตากแดดนานไม่ต่ำกว่า 7 ชั่วโมง

 

ถังหรือโอ่งกรองอย่างง่าย

ลำดับชั้นกรวดทรายจากก้นถึงปากโอ่ง  มี

·        ก้นโอ่ง กรวดใหญ่ ขนาด 16-30 มม.  หนา 20 ซม.

·        ชั้นต่อมาทับด้วยกรวดกลางขนาด 8.0-16 มม. หนา  10 ซม.

·        กรวดละเอียด 4.0-8.0 มม. หนา 10 ซม.

·        ทรายหยาบ 1.0-2.0 มม. หนา 10 ซม. 

·        ทรายกลาง ขนาด 0.5-1.0 มม.  หนา 15 ซม.

·        ชั้นถ่านโค๊ก หนา 5 ซม.

·        สุดท้ายบนสุด เป็นทรายละเอียด ขนาด 0.12-0.25 มม. หนา 30 ซม.

การทำความสะอาด  ปาดเฉพาะชั้นทรายละเอียดออก แล้วเติมใหม่

 

ตุ่มกรองน้ำ

วิธีการกรองน้ำดื่มด้วยตุ่มเก็บน้ำ  เจาะตุ่มใส่ก๊อกด้านล่าง  ใช้กรวดหยาบปนถ่าน หนา10 ซม.  ทับด้วยกรวดละเอียด หนา 5 ซม. ทับด้วยทรายละเอียดอีก หนา  30 ซม.  ปิดหน้าด้วยกรวดหยาบ หนา 5 ซม.  เหลือปากตุ่มไว้ 15-20 ซม. ไว้ใส่น้ำดิบหล่อทับไว้

 

เครื่องกรองน้ำพีวีซีอย่างง่ายรูปตัวเจ

ใช้ท่อประปา PVC ทำรูปตัวเจ  ใช้ท่อ 4 นิ้ว ยาว 2 เมตร  ใช้ข้องอ 2 ตัว  ตัดออกเป็น 3 ท่อน ยาว 100, 20 และ 80 ซม.  ต่อเป็นตัว J  ต่อข้องอตามลำดับ  เจาะรูท่อที่กึ่งกลางท่อน 80 ซม. ขนาด ½ นิ้ว  ด้านในท่อใช้ข้อต่อเกลียวใน ½ นิ้ว  ปิดด้วยแหวนยางด้านนอกท่อ  แล้วใช้ก๊อกที่มีเกลียวนอกขันเข้าให้แน่น

นำทรายมาร่อนด้วยตะแกรงมุ้งลวด  ล้างให้สะอาด  หากมีเศษหินปูนเปลือกหอย  ให้ใช้น้ำส้มสายชู 1 ขวดต่อทราย 10 ลิตร  แช่ในภาชนะพลาสติกหรือสแตนเลส 2 วัน แล้วล้างน้ำหลายๆ ครั้ง

ใส่น้ำเข้ากระบอกก่อน  แล้วใช้ถ้วยตักทรายเข้าไปทั้งสองข้างโยกไปมา  จนทรายต่ำกว่าระดับก๊อก 10 ซม. ทั้งสองข้าง

นำไปติดตั้งในที่ร่ม ไม่ถูกแสงแดด  ยึดติดกำแพง  มัดยึดกับขาโต๊ะ หรือหล่อฐานด้วยคอนกรีต  บ่มทรายเพาะจุลินทรีย์ที่ผิวทรายโดยใช้น้ำหล่อทับไว้

ขั้นตอนบ่มทราย  ตั้งถังน้ำดิบ ให้ก้นถังสูงกว่าระดับก๊อกน้ำ  ให้สายยางดูดน้ำจากก้นถังน้ำดิบลงสู่ด้านที่ไม่มีก๊อกน้ำ  บีบหักสายยางให้บังคับการไหล ที่อัตรา 6 ซซ/นาที หรือ 60 หยด/นาที หรือ 9 ลิตร/24 ชม  เปิดก๊อกทิ้งน้ำไป  ผ่านทรายต่อเนื่องตลอดวันตลอดคืน เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อบ่มทราย  จากนั้นเพิ่มอัตราการไหล ในสัปดาห์แรก 6 ซซ/นาที  สัปดาห์ที่ 2 เป็น 12 ซซ/นาที  สัปดาห์ที่ 3 เป็น 18 ซซ/นาที  สัปดาห์ที่ 4 เป็น 24 ซซ/นาที  ต่อไปทรายนี้ จะกรองน้ำให้ปราศจากเชื้อโรคได้

ขั้นตอนการกรองน้ำดิบ ตักน้ำ 2 ลิตร เทลงในท่อน้ำ ด้านไม่มีก๊อก  น้ำจะซึมผ่านมาด้านก๊อก จนระดับสองข้างเท่ากัน อีก 1 ชั่วโมง ก็ตักน้ำเข้าอีก 2 ลิตร  จนระดับเสมอกัน 2 ด้าน  อย่าเติมทีเดียวหลายๆ เหยือก  หากทรายกรองเร็วคุณภาพน้ำจะไม่ดี  เมื่อน้ำถึงระดับก๊อก  ก็จะเปิดก๊อกใช้งานได้  ปลายท่อด้านมีก๊อกใช้แก้วจานใสปิดกันฝุ่นละอองลง แต่แสงสว่างส่องได้  ปลายท่ออีกด้านใช้เหยือกครอบไว้

การเทน้ำกลับไปทางท่อที่มีก๊อก  ห้ามทำเด็ดขาด เพราะน้ำจะไหลย้อน และทำลายชั้นจุลินทรีย์ในชั้นทรายที่กรองเชื้อโรค  อายุการใช้งาน ประมาณ 1 ปี  หากเริ่มกรองช้าลง แสดงว่าระบบเริ่มตัน

การขุดหน้าทรายออกแก้ตัน  เพียงเอาออกแค่  2 ซม. ก็พอ  โดยวิธีเติมน้ำสะอาดในท่อน้ำกรอง และท่อน้ำดิบให้เต็ม  ใช้สายยางเสียบปลายด้วยท่อพีวีซี  หย่อนลงไปทางท่อน้ำดิบ กวนให้กระจายลึก 2 ซม  แล้วดูน้ำออกโดยวิธีกาลักน้ำทางด้านท่อน้ำดิบ  ทรายก็จะไหลออกทางสายยาง พร้อมๆ กับน้ำ  แล้วหมั่นเติมน้ำสะอาดทางด้านท่อน้ำกรองให้เต็ม ดูดน้ำจนกว่าน้ำจะใส  จากนั้นก็นำทรายที่สูบออกมาใส่ในถัง  เอาทรายไปล้างให้สะอาด แล้วใส่กลับลงไปในท่อน้ำดิบตามเดิม

จากนั้นก็ต้องบ่มทรายอีก  ทำตามวิธีการเดิม  แต่ใช้เวลาเพียง 2 วันก็พอ  จาก 6 ซซ/นาที และเพิ่มขึ้นครั้งละ 6 ซซ/นาที ทุกๆ 12 ชั่วโมง

เครื่องกรองทราย หากไม่มีจุลินทรีย์ ก็จะทำหน้าที่แค่กรองตะกอน ไม่สามารถกรองเชื้อโรคได้  น้ำดิบควรไม่เป็นอันตรายต่อจุลินทรีย์ คือ ไม่มีคลอรีน ไม่มีอุณหภูมิสูง

Spec. เครื่องกรองนี้ ระบบ slow sand filter  พื้นที่กรอง 85 ตร.ซม. ความหนาชั้นทราย 80 ซม.  ขนาดทราย 0.15 มม.  อัตราการกรองสูงสุด 8.7 ลิตร/ชม. กรองปกติ 1.1 ลิตร/ชม.  เก็บน้ำดิบสูงสุด 5.1 ลิตร  เก็บน้ำกรองได้ 3.4 ลิตร

 

ทรายกรองใต้ทะเลก่อนเข้าถังสูบ

เทคนิคการลดคลอรีนกำจัดแบคทีเรียจากน้ำทะเล   ใช้วิธีวางถังสี่เหลี่ยม 1 ลบ.ม.  ให้น้ำไหลเข้าถังได้ ฝังทรายกลบลึก 3-4 เมตร จากท้องทะเล  แล้วใช้ท่อ PVC ดูดน้ำขึ้นมาใช้งานเลี้ยงกุ้ง ควบคู่ไปกับบ่อพักน้ำ  ที่ทิ้งพักไว้ 4-5 วัน  ป้องกันการขยายตัวของจุลินทรีย์

 

บ่อหินกรวดกรองน้ำก่อนสูบ

ผนังกรองน้ำ  ใช้วัสดุหินกรวด 0.5 นิ้ว  วางเป็นรูปสี่เหลี่ยม  ขนาดภายนอก 2.4 เมตร  ขนาดภายใน 1.5 เมตร หรือชั้นกรวดกรองแนวตั้งหนา 45 ซม.  ให้น้ำซึมจากภายนอกรอบๆ  เข้ามาหาภายในบ่อสี่เหลี่ยม  น้ำก็จะใส  ฝุ่นละออง สนิมเหล็ก จะติดอยู่ด้านนอกผนังกรอง

 

เครื่องกรองน้ำขนาดเล็ก

มักมี 3 ขั้นตอน คือ กรองคาร์บอน กรองเรซิน และ กรองเซรามิค  อาจเพิ่มขั้นตอน ฉายแสงยูวีเพื่อฆ่าเชื้อโรค

 

เครื่องกรอง RO

มักมี 5 ขั้นตอน  คือ กรองตะกอน  กรองถ่านคาร์บอน  กรองเรซินแคทอิออน กรองแผ่นเยื่อ  และกรองคาร์บอนสุดท้าย

 

เครื่องกรองระบบอุตสาหกรรม

น้ำมักมีปัญหา ตะกอน  ขุ่น แดง กร่อย เขียว แล้วกรองสารเคมี ตะกั่ว ปรอท ยาฆ่าแมลง แบคทีเรีย ไวรัส สารก่อมะเร็ง  ระบบ RO มักใช้กับโรงงานผลิตน้ำแข็ง โรงงานน้ำดื่ม

 

วิธีเลือกเครื่องกรองน้ำ

มักคำนึงถึง สภาพน้ำที่เป็นอยู่  ราคา คุณภาพเครื่อง  การรับประกัน  และการบริการหลังการขาย

สารกรองมี สารกรองแมงกานีส  ใช้กำจัดโลหะเหล็ก  และเพิ่มออกซิเจนในน้ำ  สารกรองแอนทราไซต์ใช้กำจัดตะกอนและสนิมเหล็ก

ไส้กรอง มี กรองคาร์บอน  ใช้กรองตะกอน สี กลิ่น คลอรีน และสารอินทรีย์  กรองเรซิน ใช้กรองหินปูน  ลดความกระด้าง ดูดซับสี  กรองเซรามิค ใช้กรองเชื้อโรค  กรองด้ายพัน ใช้กรองอินทรีย์กรวดทราย  กรองจีบ ใช้กรองกรวด ทราย สนิม กรองเมนเบรน ใช้กรอง สารละลายปนเปื้อน ไวรัส แบคทีเรีย และน้ำกร่อย

อายุไส้กรอง  ไส้กรองสองอย่าง 6 เดือน  กรองจีบ 3-6 เดือน  กรองด้ายพัน 3-6 เดือน  กรองคาร์บอน 1 ปี  กรองเรซิน 1 ปี  กรองเซรามิค 1-1.5 ปี  กรองเมนเบรน 1-1.5 ปี กรองคาร์บอน 1 ปี กรองแอนทราไซต์ 1 ปี  กรองแมงกานีส 1 ปี  กรองโพสคาร์บอน 2 ปี

 

การผลิตน้ำดื่มชุมชน

การผลิตน้ำดื่ม ชนิดทรายกรองช้า ขนาด 100 ลิตร/ชม.  โดยใช้ถังไฟเบอร์กล๊าส ขนาด 2 ลบ.ม. 3 ถัง  และถังน้ำดื่ม ขนาด 200 ลิตร 1 ถัง

                จากน้ำดิบธรรมชาติ แหล่งน้ำภูเขา  ทำปีกการับน้ำ  วางท่อรับน้ำ PVC ขวางแล้วต่อฉากตรง  มีท่อส่งน้ำดิบไปใช้  และท่อปล่อยทิ้ง  หากน้ำขุ่นมาก    แล้วทับด้วยกรวด จากหยาบไปละเอียด ลงขึ้นบน มี 1.5, 1, ¾,  และ  3/8  นิ้ว   รับน้ำไปยังระบบถังกรองน้ำดื่ม 

ถังแรกเป็นถังตกตะกอน  ถังสองเป็นถังกรอง 1 ถังสามเป็นถังกรอง 2  น้ำดิบจะส่งมาที่ก้นถังตกตะกอน  ซึ่งมีวัสดุช่วยตกตะกอนอยู่ตรงกลาง ทำด้วยขวดพลาสติกใสตัดกลาง หนีบด้วยตะแกรงกันลอยและกันจม ประมาณ 80 ซม.  ด้านล่างเป็นน้ำ 20 ซม. ด้านบนเป็นน้ำ 70-100 ซม.  ตะกอนจะไม่ลอยขึ้นบนเพราะชนสิ่งกีดขวางขวดพลาสติก  น้ำล้นจากด้านบน  จะวิ่งตามท่อไหลเข้าด้านบนของถังกรองใบที่ 1  ทำเป็นตัวโปรยน้ำด้วยท่อขวาง 5 ท่อน  เจาะรูให้น้ำโปรย  ลักษณะถังกรองนี้ รองด้วยกรวดชั้นล่าง สัก 20 ซม. ทับด้วยทรายละเอียดขนาด 0.15-0.3 มม. หนาสัก 100 ซม.  ทับด้วยถ่านไม้ละเอียด หนาสัก 15 ซม.   ทำให้ระดับน้ำคลอในถังสูงกว่าชั้นถ่านอย่างน้อย 10 ซม .ตลอดเวลา    ถ่านจะกรองกลิ่นสี  ทรายกรองจะกรองจุลินทรีย์และความขุ่น

                ด้านก้นถังมีท่อจ่ายน้ำออก  แล้วงอขึ้นแล้วก็งอลง  ซึ่งจะเป็นตัวบังคับระดับน้ำ ให้คลอในถังกรอง 1 สูงเหนือชั้นถ่านตลอดเวลา  ไม่น้อยกว่าและไม่มากกว่า 10 ซม.  ถ้ามากกว่าก็จะไหลออก  ถ้าน้อยกว่าก็จะหยุดไหล

                น้ำก้นถังกรองใบที่ 1 จะไหลไปจ่ายน้ำโปรยที่ถังกรองใบที่ 2 ด้านบน  ในทำนองเดียวกันกับถังกรองใบที่ 1  เพียงแต่ไม่มีกรองถ่านไม้  ถังกรองใบที่ 2 เป็นการกรองซ้ำ  หากสะอาดพอก็ไม่ต้องมีใบที่ 2

            และก็มีน้ำออกจากก้นถังใบที่ 2 ทางท่อ และสูงขึ้นแล้วงอลง  เพื่อรักษาน้ำคลอสูงกว่าผิวหน้าทราย  แล้วค่อยจ่ายไปยังถังเก็บน้ำดื่ม

                การวางถังต้องวางเป็นขั้นบันได  ประมาณ 30-50 ซม.  มากกว่าไม่เป็นไร  เพื่อให้น้ำล้นจากถังตกตะกอนด้านบน ไปยังด้านบนของถังกรองใบที่  1 ได้  ทำนองเดียวกัน ถังอื่นๆ  ตามลำดับ 

                สาเหตุที่ต้องมีน้ำคลอตลอดเวลา  เพราะต้องการรักษาชั้นจุลินทรีย์ในชั้นบนทรายหยาบให้คงอยู่  ตลอดเวลา  ระบบน้ำลงบนทรายกรอง ต้องไม่กระแทกกระเทือนผิวทราย  ต้องนิ่งตลอด

                ต้องไม่ทำให้น้ำเต็มถึงตัวโปรยน้ำ  ดังนั้น ต้องทำท่อน้ำล้นออกที่ถังกรองที่ 1 และ 2  ที่ก้นถังทั้ง 3 ใบ  ต้องมีรูระบายตะกอนก้นถังออกทิ้ง เป็นครั้งคราว

                เมื่อทรายกรองเกิดตัน  ต้องมีการล้างหน้าทราย  โดยการปล่อยน้ำออกจนเห็นหน้าทรายโผล่  ปาดออก 2 ซม.  นำทรายมาล้างให้สะอาด  แล้วนำมาเติมกลับ

 

เครื่องกรองแบบครัวเรือนพีวีซี

การกรองน้ำใสที่มีกลิ่น และมีความกระด้างของหินปูน  ใช้เครื่องกรองทำจากท่อ PVC  ถังแรกใส่ถ่านคาร์บอน  แล้วผ่านไปกรองด้วยเรซิน  ต่อจากท่อน้ำประปาได้เลย  แต่การดึงน้ำจากถังหนึ่งไปสู่อีกถังหนึ่ง ต้องมีตะแกรงสแตนเลสกั้นไว้  มิเช่นนั้นจะไหลไปปนกัน

 

เครื่องกรองแบบสองขั้นตอนในตลาด

เครื่องกรองที่ขายในตลาด แบบ 2 ขั้นตอน  สำหรับน้ำสะอาดที่ไหลมาตามท่อประปา

ขั้นตอนที่ 1 ไส้กรอง 5 ไมครอน ไว้ดักหินกรวดทราย สารแขวนลอย  ผงสนิมเหล็ก  ตะไคร่  ฝุ่นละออง

ขั้นตอนที่ 2 ไส้กรองคาร์บอนอัดแท่ง 5 ไมครอน  กรองกลิ่น สี คลอรีน สารเคมี  โลหะหนักพวกตะกั่ว  ทองแดง ยาฆ่าแมลง  ผงซักฟอก  และสารไฮโดรคาร์บอน

 

เครื่องกรองแบบห้าขั้นตอนในตลาด

เครื่องกรองที่ขายในตลาด แบบ 5 ขั้นตอน  สำหรับน้ำสะอาดที่ไหลมาตามท่อประปา

ขั้นตอนที่ 1 ไส้กรอง (PP) 5 ไมครอน

ขั้นตอนที่ 2  ไส้กรองเกร็ดคาร์บอน  จับสารเคมี  คลอรีน  ฟีนอล  ไฮโดรคาร์บอน

ขั้นตอนที่ 3  ไส้กรองคาร์บอนอัดแท่ง

ขั้นตอนที่ 4  ไส้กรอง โพสคาร์บอน บี (Post Carbon : B)  กำจัดสี กลิ่น ลดความกระด้างน้ำ ทำให้รสชาดน้ำดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 5  ไส้กรอง โพสคาร์บอน เอส  (Post Carbon : S) 

 

เครื่องกรอง RO แบบห้าขั้นตอนในตลาด

ขั้นตอนที่ 1 ไส้กรอง (PP) ดักหินทราย สารแขวนลอย

ขั้นตอนที่ 2  ไส้กรองแอ็คติเวทคาร์บอนบล็อค จับสารเคมี  กลิ่น สี คลอรีน ทองแดง ยาฆ่าแมลง ผงซักฟอก

ขั้นตอนที่ 3  ไส้กรองเรซิน  แก้ความกระด้าง  ดักจับสารตะกั่ว  แคทเมียม ปรอท

ขั้นตอนที่ 4  RO เมนเบรน   0.0001 ไมครอน กรองน้ำกร่อย  น้ำกระด้าง

ขั้นตอนที่ 5  ไส้กรอง โพสแอ็คติเวทคาร์บอน กำจัดกลิ่น   เพิ่มรสชาดน้ำ

 

 

ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
 Budding Wisdom

กลับขึ้นบน