สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

6  ธันวาคม  2549

Font : Tahoma

แจกันไม้มะม่วง

Mango  Wood  Vase

 

          เนื่องจากไม้สักมีราคาแพง  หายาก  ไม้สักเป็นไม้เนื้ออ่อนแกะสลักง่าย  แต่มีลวดลายไม้สวยงาม  สีหลังทาเลกเกอร์ก็ออกสีเหลืองทอง ดูมีค่าน่าใช้  การใช้ไม้เนื้ออ่อนอื่นๆ  ก็มีใช้ไม้จามจุรีก็พอใช้งานได้  ต่อมาก็มีการทดลองใช้ไม้มะม่วงที่ตัดมาแล้ว  มากลึง  ขูด ขึ้นรูป ก็ดูสวยงามไม่แพ้ไม้สักเลยทีเดียว

                กลุ่มชาวบ้าน  แถวๆ  บ้านห้วยทราย  สันกำแพง  เชียงใหม่  เริ่มมาใช้ไม้มะม่วงมาทำแจกัน  เริ่มแรกก็จากแถวใกล้ๆ  ต่อๆ  ไปก็นำมาจากจังหวัดอื่นใกล้เคียง  เช่น  กำแพงเพชร  สุโขทัย  นครสวรรค์  หลังจากทำแล้ว  ก็ส่งไปขายที่ยุโรปและตะวันออกกลาง  หากแจกันเล็กก็ใช้ไม้ท่อนเดียว  หากใหญ่มาก  ก็ใช้  3  ท่อน  แล้วเอามากลึงแต่ละท่อน  และคว้านภายในแจกันแต่ละท่อน

                วิธีการทำแจกัน  ไม้มะม่วงโดยการรับวัตถุดิบที่เป็นไม้มะม่วง  ที่มีขนาดต่างๆ  กัน  มีเส้นผ่าศูนย์กลาง  3 , 4 , 6 , 8  นิ้ว  ยาวประมาณ  50 – 100  ซม.  ก็เอามาขึ้นแท่นกลึง  เครื่องกลึงก็แบบทำเอง  ด้านหนึ่งอยู่กับที่อีกด้านหนึ่งเคลือนที่เข้าออกได้  ใช้ปลายแหลมแท่นกลึง  2  ด้าน  จับที่ศูนย์กลางของท่อนมะม่วง  หมุนท่อนไม้แล้วใช้  เหล็กมีดกลึงไม้  ปาดให้เป็นรูปทรงกระบอกเตรียมเอาไว้

                จากนั้นก็เอาไปขึ้นรูปแจกันด้วยมีดกลึงตามรูปร่างที่ออกแบบไว้  มีทั้งออกแบบเอง  และลูกค้าออกแบบมาให้  หากเป็นแจกันใหญ่ก็ต้องแบ่งเป็นท่อน อาจเป็น  3  ท่อน  ก็ได้

                การเจาะคว้านภายในแจกัน  โดยใช้เครื่องกลึงแบบลูกกลิ้งหนีบหมุน  จะไม่ใช้แบบเหล็กแหลมจับหัวท้าย  เพราะจะต้องคว้านที่จุดศูนย์กลาง  เริ่มจากตรงกลาง  แล้วคว้านให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  จนได้รูปร่างโพรงตรงกลางตามที่ต้องการมีดกลึงนี้จะใช้วิธีใช้คนจับด้ามมีด  แล้วไปค้ำกับแท่นไม้ยันไว้

                ชิ้นงานที่ทำเสร็จแล้ว จากนั้นก็เอาไปอบในเตาอบ  ไม้มะม่วงอบแล้วจะมียางดำๆ  กันมอดได้ด้วย  ต้องทำการอบก่อนที่มอดจะลงมากินไม้ชิ้นงาน  การอบในเตาแก๊สที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้  อบเสร็จแล้วก็เอากระดาษทรายมาขัดให้เรียบด้วยกระดาษทรายแล้วเอาไปทำสี  การทำสีช้า จะทำให้มอดกิน  การทำสีอาจใช้วิธีการพ่น  และใช้วิธีเพ้นล์รูปด้วยมือก็ได้  ก่อนทำสีให้ลงแป้งดินสอพองก่อนเพื่ออุดเสี้ยนไม้  และไม่เปลืองสี  ลงแป้งเสร็จก็ลงย้อมสี  ทำสีแล้วก็เอาไปพ่นเคลือบ  สีก็เป็นสีทาไม้ทั่วไป  เทคนิคทำสีก็เหมือนที่ช่างทำสีทาไม้เขาทำกัน

                ทำสีเสร็จแล้ว  อาจแกะลงเนื้อไม้เพื่อสร้างลวดลายให้เห็นเนื้อไม้  ให้เป็นแบบคลาสสิกก็ได้

                นอกจากเทคนิคการกลึง  และแกะลาย  แล้วก็ยังมีการขึ้นรูปด้วยวิธีการขุด  ซึ่งมักจะทำพวกอ่าง  หรือถาดวางผลไม้  ซึ่งจะใช้ชิ้นไม้ที่รูปร่างแตกต่างกัน  แล้วมาขุดด้วยเครื่องมือขุดเป็นรูปร่างถาด  ภายในถาดผลไม้จะโชว์เนื้อไม้  ภายนอกถาดจะทำสี

                นอกจากถาดผลไม้ก็อาจทำเป็นรูปร่างเสี้ยวของวงกลมแหวน  ทำเป็นเชิงเทียนก็จะเป็นสินค้าที่หลากหลายได้

                สุดท้ายจะเห็นว่า  การใช้ประโยชน์จากไม้เนื้ออ่อนมาสร้างมูลค่าเพิ่ม  ดีกว่าปล่อยทิ้งดูไร้ค่า  หรือเอาไปเผาถ่านก็ดูได้เงินน้อย  การสร้างของใช้  ของโชว์  งานศิลปะ  คงทนถาวรจากไม้เนื้ออ่อนนับว่าเป็นแนวคิดที่ดี  โดยเฉพาะการนำไม้จากสวนผลไม้ที่โตเต็มที่แล้ว และต้องการโค่นทิ้ง ก็เอามาใช้ประโยชน์ต่อ  สามารถขายส่งออกไปขายต่างประเทศได้อย่างสบายๆ  นำเงินตราเข้าประเทศ  ปัจจุบันนี้ไม้ที่ใช้ในงานประเภทนี้ก็มีไม้มีค่า  เช่น  สัก  มะค่า  ประดู่  แดง  จากไม้มีค่าน้อย  เช่น  จามจุรี  (ก้ามปู)  จากสวนได้แก่  ไม้มะม่วง  มะพร้าว  ตาล  ยางพารา  และต่อๆ  ไปในอนาคต  อาจเป็นมะฮอกกานี  ปีบ  (กาสะลอน)  สะเดา  นนทรี  ทุเรียน  เงาะ  ลำใย  ก็อาจเป็นไปได้

 

 

 

พุทธวิธีบริหาร
Buddhist Style in Management

กลับขึ้นบน