Font : Tahoma    

3  ธันวาคม  2551

สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

 สูตรจุลินทรีย์สมุนไพรจากหมอดินจันทร์

Bio-Fertilizer  and  Herbicides  Junt  Formular

 

1.  บทนำ

          ได้พบหมอดิน  นายจันทร์  บุญยึด  จากหมู่  5  ตำบลเทพนคร  อ.เมือง  จ.กำแพงเพชร  (โทร.05572-9258,  0862062337)  ได้ใช้สูตรเกี่ยวกับการทำปุ๋ยจุลินทรีย์และสมุนไพรไล่แมลงไว้ดังนี้

 

2.  สมุนไพรปราบแมลง

          สะเดา  ข่าฉุน  ตะไคร้หอม  บอระเพ็ด  ฟ้าทะลายโจร  ยาฉุน  เปลือกมังคุด  ถั่วลิสงนา  หางไหล อย่างละ  2  กก.  กากน้ำตาล  10  กก.

          ใส่สมุนไพรลงในถังหมัก  100  ลิตร  ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์  1  ลิตร  ลงไป  กวนให้เข้ากันแล้วปิดฝาให้สนิท  กวนทุกวัน  หมัก  15  วัน  เอาไปใช้ได้

 

3.  การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์  (EM) 

          สูตรผสม

          -  เปลือกตาสับปะรด            2        กก.

          -  น้ำมะนาว                       1        กก.

          -  กากน้ำตาล                   20        กก.

          -  หัวเชื้อจุลินทรีย์               1        ลิตร

          -  สารเร่ง  พค.2                  1       ซอง

          -  น้ำสะอาด                     10        ลิตร

วิธีการทำ

          นำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน  หมักทิ้งไว้  15  วัน  จึงนำไปใช้ได้

 

4.  การทำน้ำหวานหมักจากพืชสด  สีเขียว  (น้ำแม่)

          เหมาะสำหรับการเร่งในต้นพืชเหมือนให้ธาตุไนโตรเจนกับพืชตันอ่อน  กล้าข้าว  หน้าที่แม่คือ  เลี้ยงต้นอ่อน  ต้นเล็กๆ  เด็กๆ

          ส่วนผสม

          -  ผักบุ้ง  (เก็บก่อนพระอาทิตย์ขึ้น)             2        กก.

          -  หน่อกล้วย                                         2        กก.

          -  หน่อไม้                                             2        กก.

          -  ใบเขียวของพืชตระกูลถั่วต่างๆ                3        กก.

          -  กระถิน                                              2        กก.

          -  น้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาล             2.5     กก.

          -  หัวเชื้อน้ำมันหมัก                                10      ช้อนแกง

          -  สารเร่ง  พค.  2                                     1      ซอง

วิธีการทำ

          นำส่วนผสมทั้งหมด  ผสมเข้าด้วยกัน  แล้วหมักทิ้งไว้  15  วัน  แล้วกรองเอาแต่น้ำยาใส่ภาชนะปิดให้สนิทพร้อมใช้  (อาจใช้วิธีการเอาตะกร้า  วางลอยไว้ตรงกลาง  กันเศษสมุนไพรเข้า  แล้วตักน้ำสมุนไพรออกมาก็ได้  โดยไม่ต้องกรอง)

วิธีหมัก

          -  เก็บผักบุ้ง  หน่อกล้วย  หน่อไม้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นไม่ต้องล้างน้ำ  เพราะฮอร์โมนเติบโตจะอยู่ที่ยอดหน่ออ่อนสูงสุดโดยเริ่มพระอาทิตย์ตกดินถึงตอนเช้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  พืชให้หน่อให้ยอดเร็วๆ  มีฮอร์โมนเร่งโต

          -  ผักบุ้ง  หน่อกล้วย  หน่อไม้  หั่นตามยาว  แล้วหั่นตามขวางขนาด  3-5  ซม.  ใบไม้ต้องหั่น

          -  นำพืชไปคลุกในกะละมังกับน้ำตาลทรายอ้อยโดยกวนหมุนตามนาฬิกาให้สวนกระแสแม่เหล็กโลก

          -  นำไปบรรจุในถังพลาสติกอย่าให้เต็มให้ต่ำจากฝาถัง  1  ฝามือ  เพื่อเป็นที่อยู่ของแก๊สจากการหมักปิดปากถังให้สนิท  เพื่อป้องกันเชื้ออื่นเข้ามาและเป็นกระบวนการหมักแผงไม่ใช้อากาศ

          -  หมักในที่ร่ม  ไม่ถูกแสงแดดมิเช่นนั้นจุลินทรีย์ตายประมาณ  10-15  วัน

          จะได้หัวเชื้อน้ำหวานหมัก

วิธีใช้

          -  กรองแต่น้ำมาใช้

          -  อัตราส่วน  น้ำหวานหมัก :  น้ำธรรมดา  =  3  ช้อนแกงต่อน้ำ  1  ปีบ  (20  ลิตร)  หรือ  น้ำหวานหมัก  1 ส่วนต่อน้ำ  500  ส่วน

          -  ฉีดพ่นใบ  หรือราดที่โคนต้นไม้

การเก็บรักษา

          -  เก็บไว้ในที่ร่ม  ถ้ามีกลิ่นเหม็นแสดงว่าจุลินทรีย์มีน้ำตาลอาหารน้อยไปให้เติมน้ำตาลลงไปแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม

ประโยชน์น้ำหมักแม่

          -  ปรับปรุงโครงสร้างดินใช้  1:100  รด  ราดดินแล้วคลุมด้วยฟางก่อนปลูกพืช  7  วัน

          -  ใช้เป็นหัวเชื้อปุ๋ยหมักโดยใช้น้ำหวานหมัก  3  ช้อนแกงต่อน้ำ  10  ลิตร  แล้วเติมน้ำตาลทรายแดง  3  ช้อนแกง แล้วนำไปรดผสมกองปุ๋ยแข็ง

          -  ใช้บำบัดน้ำเสียและกลิ่นเหม็น

          -  ใช้เร่งให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรงต้านทางโรคและแมลงทำให้ใบเขียว  ใช้ฉีดรดราดพืชผัก  3-7  วัน/ครั้ง

 

5  การทำน้ำหวานหมักจากผลไม้  (น้ำพ่อ) 

          เหมาะสำหรับการเร่งดอกออกผล  เหมือนการใช้ธาตุโปรแคสเซียมกับต้นไม้ที่ใกล้ออกดอกและให้ผลแล้วหน้าที่พ่อคือ  ทำให้เกิดลูกผลทำให้เกิดการขยายพันธุ์ต่อไป

ส่วนผสม

          -  กล้วยน้ำว้าสุก                                     2        กก.

          -  มะละกอสุก                                        2       กก.

          -  ฟักทองแก่                                         2       กก.

          -  น้ำตาลทรายอ้อยหรือกากน้ำตลาด         20        กก.

          -  สารเร่ง  พค2                                     1        ซอง

วิธีหมัก 

          -  ใช้ผลไม้ทั้งผล  ไม่ต้องล้าง  ไม่ต้องปลอกเปลือก  หั่นหรือฝานตามขวาง  หนา  3-5  ซม.

          -  การหมักเหมือนกันการหมักน้ำแม่

ประโยชน์ของน้ำหวานหมักผลไม้  (น้ำพ่อ)

          -  ปรับปรุงโครงสร้างดิน  (เน้น P  และ  K) 

          -  ใช้เป็นหัวเชื้อทำปุ๋ยหมัก

          -  บำบัดน้ำเสีย  ดับกลิ่นเหม็น

          -  เร่งให้พืชออกดอกออกผล  (โปรดสังเกต)  ใบเร่งใบ  (N)  ผลเร่งผล  (K) 

          -  เร่งผลพืชให้สมบูรณ์  (ทำให้ผลหนักให้ผลโต)  เพิ่มความหวานของผล

          -  ใช้เร่งราก-หัว  ของพืช  (มีธาตุ P)   

 

6.  ลูกผสมสูตรน้ำพ่อน้ำแม่  (ช่วยกันเลี้ยงลูก)

          เราอาจให้ลูกผสมน้ำพ่อน้ำแม่ร่วมกัน  ช่วยกันเลี้ยงต้นข้าวต้นไม้ได้  โดยฉีด-รด-ราด  ตามอัตราส่วน  1  ส่วนต่อน้ำ  500 ส่วน  หรือ  3  ช้อนแกงต่อน้ำ  20  ลิตร  ดังนี้

 

การใช้

น้ำแม่

(ส่วน)  N

น้ำพ่อ

(ส่วน)  P,K

-  เร่งการเจริญเติบโต  (ต้นอ่อน)

-  เร่งพืชออกดอก  (เจริญพันธ์)

-  เร่งผล  รากหัว  (ออกลูก)

10

5

1

1

5

10

 

 

 

7.  การใช้ปุ๋ยชีวภาพร่วมกับน้ำหวานหมักปลูกพืชไร่พืชผัก

          -  เตรียมแปลงสำเร็จ  หว่านปุ๋ยชีวภาพบนแปลงประมาณ  2  กำมือ  (250  กรัม  ต่อพื้นที่ 1  ตารางเมตร

          -  เอาหญ้าหรือฟางคลุมทับ

          -  แล้วรดด้วยน้ำหวานหมัก  1:500  รดแปลงให้ชุ่ม

          -  ทิ้งไว้  7-15  วัน  รอให้จุลินทรีย์ทำงานย่อยสลาย

          -  ปลูกพืช

          -  เสร็จแล้วคลุมฟางอย่างเดิม

          -  หลังปลูก  10-12  วัน  เร่งเจริญเติบโตอีก  โดยเติมปุ๋ยชีวภาพอีก  แล้วฉีดพ่นใบด้วยน้ำหวานหมักพืชเขียวน้ำแม่  3-7  วัน/ครั้ง

 

8.  ฮอร์โมนเพิ่มผลผลิต

          เพื่อเร่งให้ต้นไม้เติบโตเร็วขึ้นและเร่งการออกดอกบำรุงผลควรโด๊ปต้นไม้ด้วยฮอร์โมนฉีดพ่นใบ

ส่วนผสม

          -  หัวเชื้ออีเอ็ม          1        ลิตร

          -  สารเร่ง  พค2                  1        ซอง

          -  กากน้ำตาล              20    กก.

          -  หอยเชอรี่             2        กก.

          -  กล้วยสุก               2        กก.

          -  สับปะรด               2        กก.

          -  นมสดหรือนมข้น  (เมื่อข้าวอายุ  60  วัน  เพื่อเสริมธาตุแป้งน้ำตาล)  1  กระป๋อง

วิธีทำ

          ใช้ส่วนผสมอย่างละ  2  กก.  ใส่ถัง  200  ลิตร  เติมน้ำเปล่าลงไป  กวนให้เข้ากันปิดฝาถังให้สนิทหมักไว้  7-15  วัน  ก่อนนำมาใช้งาน

 

9.  สมุนไพรฆ่าเชื้อรา

          ส่วนผสมมี  ทองพันชั่ง  ลูกมะพลับ  ชุมเห็ดเทศ  เปลือกประดู่  ใบข่อย  เปลือกมังคุด  ใบมะรุม  ใบยูคาลิปตัส  ลูกพิกุล  ลูกตะโก  ลูกมะเกลือ  เถากระดอน  ใบพลูกินหมาก  (สด)  หัวกระเทียม  เปลือกแดกินดอก  เปลือกคูณ

          ใส่หัวเชื้อจุลินทรีย์  1  ลิตร  ต่อน้ำเปล่า  200  ลิตร  กากน้ำตาล  25  กก.

 

10.  สมุนไพรสะเดาไล่แมลง

          ส่วนผสมมี  สะเดา  ผักคูณ  ข่าฉุน  ตะไคร้หอม  บอระเพ็ด  ฟ้าทะลายโจร  สังกรณี  ต้นยาสูบ  ใบมะกา  หัวกลอย  ต้นสาบเสือ  ใบขี้เหล็ก  เปลือกมังดุลอย่างละ  4  กก. 

          สารเร่ง  พค7  1  ซอง  ใส่น้ำ  200  ลิตร  หมักไว้  7-15  วัน  ก่อนน้ำไปใช้งาน

 

11.  สมุนไพรแก๊สสนิม

          -  ไข่หอยเชอรี่                   1        กก.

          -  น้ำมะพร้าวอ่อน      3        ลูก

          -  กลูโคส                3        หลอด 

          -  ยาคูลน์                3        ขวด

          -  เปลือกประดู่          1        กก.

          -  ทองพันชั่ง            5        ขีด

          -  น้ำสะอาด               20    ลิตร

          -  หัวเชื้ออีเอ็ม          1        ลิตร

           สารเร่ง  พค.7  1  ซอง  ใส่น้ำ  200  ลิตร  นำส่วนผสมทั้งหมด  ผสมกันใส่หมักไว้  7-15  วัน  ก่อนนำไปใช้งาน

 

12.  หัวเชื้อย่อยสลายฟางในนาข้าว

          -  หน่อกล้วย            10      กก.

          -  รำอ่อน                 15      กก.

          -  เปลือกตาสับปะรด  15      กก.

          -  กากน้ำตาล           20      กก.

          -  หัวเชื้อ  พค.2                    4      ซอง

          -  ถังหมัก  200  ลิตร  1  ถัง

          นำส่วนผสมกากน้ำตาล  พค  2  น้ำ  1  ลิตร  ผสมกัน  คนให้เข้ากัน  ทิ้งไว้  10  นาที  เทลงในถังหมักที่มีส่วนผสมอื่นๆ  คลุกเคล้ากันอยู่คนให้เข้ากัน  หมักทิ้งไว้  15-20  วัน  จึงนำมาใช้งานฉีดพ่นราดในนาอัตรา  3  ลิตร/ไร่

นอกจากนี้สามารถฉีดฆ่าหอยเชอรี่ได้ด้วย 

 

13.  สูตรอามูเร่แก้โรคเชื้อราพืชทุกชนิด

          -  ไข่ไก่  30  ฟอง  (ป่นพร้อมเปลือก)

          -  กากน้ำตาล           15      กก.

          -  ลูกแป้งข้าวหมาก      2      ลูก

          -  ยาคูลล์                  2      ขวด

          -  นมจืด                             3      กระป๋อง

          -  กลูโคส                  2      กระป๋อง

          -  ใบมะรุม                 5      ขีด

          -  ใบพลูกินหมาก         5      ขีด

          -  ใบพลูกินหมาก       5       ขีด (พร้อมเถา)

          -  หัวเชื้ออีเอ็ม          1        ลิตร

          -  สารเร่ง  พค.3                 1        ซอง

          -  น้ำสะอาด               30    ลิตร

          นำส่วนผสมทั้งหมด  ผสมให้เข้ากันจากนั้นหมักทิ้งไว้  15  วัน  แสงกรองเอาแต่น้ำเผาไว้ใช้  ในสัดส่วน  50  ซีซี  ต่อน้ำ  20  ลิตร  ฉีดพ่นทางใบ

 

14.  สูตรฆ่าหอยเชอรี่

          ชา  5  ถัง  ใส่นา  20  ไร่  ใช้ปลายข้าวให้หอยกินจนท้องอืดตาย

 

15.  ข้าวตากเกสร

          ช่วงเวลาข้าวตากเกสร  คือ 

          เวลา  09:00  น.-13:00  น.

          เกสรข้าวจะเปิดปากช่วงนี้  ห้ามฉีดพ่นใดๆ  ทั้งสารเคมีและสารชีวภาพในช่วงเวลาดังกล่าวให้ฉีดช่วงเช้าก่อน  9  โมงเช้า  และช่วงเย็นเท่านั้น  มิเช่นนั้นจะทำให้ข้าวลีบและข้าวแตก

          เกสรข้าวตัวเมียที่เปิดอ้าออกจะรีบน้ำเคมีหรือน้ำปุ๋ยจะเข้มข้นไปอ้าแล้วปิดจะเกิดการขังน้ำ

 

16.  ต้นทุนการทำนา

          การทำอาชีพใดๆ  ก็ต้องมีกำไร  หากต้นทุนสูงก็ต้องลดต้นทุนให้มากพอให้มีกำไร  ต้นทุนไหนมากๆ  ก็ต้องหาวิธีการลดต้นทุนทำให้ใช้น้อยลงลดราคาให้ลดลงหาเปลี่ยนไปหาวัสดุอื่นๆ  ที่ถูกกว่ามาใช้งานหรือเปลี่ยนวิธีการไปเลยที่ขอแนะนำคือ  เปลี่ยนวิธีการเกษตรเคมีไปสู่เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ  ลดต้นทุนได้  รักษาสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อสุขภาพชาวนาและผู้บริโภคข้าวด้วย

 

ต้นทุนการทำนาข้าว  (ปี  2551)

รายการค่าใช้จ่าย

ทำนาเคมี

บาท/ไร่

ทำนาอินทรีย์

บาท/ไร่

ส่วนต่าง

บาท/ไร่

1.  ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว

    -  ซื้อพันธุ์                20  กก./ไร่

      -  เก็บเมล็ดพันธุ์เอง

2.  ค่าสารเคมีปราบหอยเชอรี่

     -  เคมี

     -  ชีวภาพ

3.  ค่ายาคุมยาปราบวัชพืช

4.  ค่ายาป้องกันปราบเพลี้ยหนอน

5.  ค่าปุ๋ยเคมี/ปุ๋ยอินทรีย์

6.  ค่าฮอร์โมน/จุลินทรีย์

7.  ค่ารถเกี่ยว

8.  ค่าขนส่ง

9.  ค่าเตรียมดิน

10.  ค่าแรงตัวเอง

         ต้นทุนรวม

 

 

 

 

480

-

 

58

-

60

1,500

650

400

500

100

350

700

4,800

 

-

240

 

-

58

60

-

650

500

500

100

350

700

3,300

240

-

-

 

0

 

0

1,500

0

-100

0

0

0

0

1,500

 

รายได้

          ผลผลิตข้าวเปลือก  80  ถัง/ไร่  ราคาถังละ  110  บาท  หรือเกวียนละ  11,000  บาท  (100  ถัง/เกวียน)  จะได้  8,800  บาท/ไร่

          ทำนาอินทรียประหยัดได้  1,500  บาท/ไร่  มี  10  ไร่  ก็ประหยัดได้  15,000  บาท  ปีหนึ่งๆ  ทำ  3  รอบ/ปี  จะมีกำไร  45,000  บาท/ปี

ข้อสังเกต

          -  นอกเหนือจากการลดต้นทุน  โดยการทำนาอินทรีย์ทดแทนทำนาเคมีแล้ว  คือปลอดภัยต่อผู้ใช้  (ทำนา)  ปลอดภัยต่อผู้กินไม่มีสารพิษตกค้างในเมล็ดข้าวทำให้ดินโปร่ง  ร่วนซุย  ดินไม่อัดแน่น  รากพืชขยายได้ดีน้ำในคูคลองหนองบึงมี กบ เขียด  กุ้ง  หอย  ปู  ปลา  กลับคืนสู่ธรรมชาติดังเดิม

          -  ต้นทุนดังกล่าวอาจลดลงได้  โดยการทำนาด้วยแรงงานตัวเอง  เก็บเมล็ดพันธุ์ใช้เองเพิ่มผลผลิตจาก  80  ถัง/ไร่  เป็น  100  ถัง/ไร่  ใช้นกกินหอยแทนการใช้กากใบชา  เลี้ยงสุกรทำปุ๋ยคอกเองไม่ต้องซื้อหา  เลี้ยงไก่เอง  ปลูกต้นสมุนไพรใช้เองที่บ้านพัก  หรือตามหัวคันนาปลูกพืชต่างๆ  ไว้ใช้  ใช้เครืองทุนแรงในการเตรียมดินเลิกไถพรวน  ทำเทือกเลย  ลดการใช้ปุ๋ยลงตามลำดับโดยการใช้ตอซังฟางข้าวมาทำปุ๋ย

 

17.  บทส่งท้าย

          การลดต้นทุนทำนาแล้วรักษาสิ่งแวดล้อมทุ่งนาแบบธรรมชาติในอดีตกาลทำแล้วสุขภาพดียืนยาวทั้งชาวนาและผู้กินข้าวไม่ทรยศต่อลูกค้า  โดยเอาสารพิษไปให้ลูกค้าที่เอาเงินมาซื้อข้าวกิน  ชาวนาต้องมีศักดิ์ศรีไม่เบียดเบียนชีวิตลูกค้า  รักษาคุณภาพ  ราคาก็จะดีเอง

          ชาวนาควรเก็บพันธุ์ข้าวเองเก็บข้าวเปลือกไว้สีกินเองบ้างจะได้ลดต้นทุนการดำรงชีวิตของชาวนาเอง

          การเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่  เพื่อขายหมูเอาขี้หมูมาทำปุ๋ยเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ แล้วเอาไข่มาทำฮอร์โมนพืช  การปลูกต้นกล้วย  ต้นฟักทอง  ต้นมะละกอ  เพื่อมาทำน้ำหมัก  น้ำฟอ  ก็จะประหยัดได้อีก  อ้อยก็ปลูกบ้างเล็กน้อยเอาไว้ใช้งานทำน้ำหวานหมัก

          สำหรับท่าน้ำแม่ก็ควรปลูกหน่อไม้  ต้นกล้วยเอาหน่อ  ปลูกผักบุ้งตามข้างบ้าน  ข้างคันนาก็จะช่วยได้ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหา

          สมุนไพอื่นๆ  เช่นบอระเพ็ดก็ปลูกไม่ยากปลูกไว้ที่โคนต้นมะม่วงหน้าบ้านทิ้งๆ  ไว้จะมีเอาปีนป่ายไปทั่ว  สมุนไพรกินได้ก็มีมะนาวสับปะรดมะรุมพลูกันหมดก็ปลูกไว้ต้นไม้ปะดับก็ปลูกไว้ดูเล่นและเป็นสมุนไพรไล่แมลงและแก้โรคราสนิม  เช่นต้นประดู่  ต้นคูณ  สมุนไพรที่เป็นยาแก้โรคต่างๆ  ก็ควรปลูกมีทองพันชั่ง  ชาตะไคร้หอมต้นไม้ใช้สอยก็มีต้นยูคาลิปตัสเอาไว้ทำเสาทำถ่าน  เอาใบมาไล่แมลงได้

          สรุปแล้วยังมีช่องทำลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก  ใครขยันก็ทำเอง ใครขี้เกียจทำก็มาซื้อจากคนขยันก็แล้วกัน

         

 

 

ภูมิปัญญาอภิวัฒน์
 Budding Wisdom

กลับขึ้นบน